วันก่อนเราได้ไปดูเรื่องนี้ในโรงมาค่ะ
 
//เผ่นพวกเพื่อน ...ขอโทษที่ไม่ได้ไปช่วยกีฬาสีเฟ้ย แต่พอดีรอเรียนพิเศษครึ่งวันเลยซื้อตั๋วดูซะเลย(ฮา)
 
 
 
 
ดูรอบเช้ามีความสุขมาก ไม่มีเด็กเล็กๆป่วนเลย ทั้งโรงมีคนนั่งดูอยู่6คน ...สุดยอดจริงๆ=[]=b
 
 
เอ้า แปะโปสเตอร์ก่อน
 
 
เป็นภาครีเมคค่ะ
รายละเอียดจิ้ม :http://hudchewman.exteen.com/20110320/2011-doraemon-the-movie-2011
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ+ที่สูปรูป(ฮา) : http://doraeiga.com/2011
 
ต่อไปจะเป็นบทวิเคราะห์เกรียนๆของเรานะคะ อาจมีเนื้อหาสปอยล์มาก เพราะฉะนั้นเนื้อหาบางตอนอาจคลุมขาวไว้สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูค่ะ =w=\
ใครอยากอ่านสปอยล์ด้วยให้ctrl+Aนะคะ เผื่อคลุมฟ้าแล้วเห็นไม่หมด(ฮา)
 
เนื้อเรื่อง
 
ภาคนี้เนื้อเรื่องยังคงธีมเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่แนวดราม่ากว่าของเดิมหลายเท่า
(ซึ่งเราสังเกตว่าหลังๆนี่ภาครีเมคมักจะทำออกมาดราม่า... ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมนะ)(ฮา)
ความเข้มข้นของเรื่องถามว่าดีมั้ย เราว่าเวอร์ชั่นนี้ถ้าเป็นฉากแอคชั่นยังไม่ค่อยจุใจเท่าที่ควร แต่ฉากดราม่านี่ถือว่าประสบความสำเร็จในการเรียกน้ำตาคนดูค่ะ (แต่ดราม่านี่ก็มีจุดเสียอย่างนึง คือ ฉากกำลังบิ้วท์อารมณ์เศร้า(สำหรับเรานี่น่าจะเป็นฉากที่ปิ๊ปโปะร้องไห้งอแงอะค่ะ ตอนที่เดินเข้าไปกอดโนบิตะนี่ให้อารมณ์เหมือนเด็กตัวเล็กๆขี้เหงาต้องการคำปลอบโยนจากพี่ชาย =w='') แต่ฉากนี้ตัดเร็วมาก เลยกลายเป็นว่าคนดูไม่รู้จะเศร้าหรือจะระทึกกับฉากรบดี)
 
 
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ....
มีฉากเซอร์วิสในตำนานด้วยค่ะ!!!! << ไม่มีเซนเซอร์ด้วย กร๊ากกกกกก(ถ้ามีเซนเซอร์ในโรงนี่คง...)
 
 
ส่วนอีกเรื่องที่รู้สึกแปลกๆคือ คิดว่าบางฉากมันปุบปับเกินไป อย่างตอนที่ชิซึกะกับริรุรุย้อนอดีตไปหา "พระเจ้า" ก่อนตัดไปฉากโนบิตะปะทะกับแม่ทัพ พอตัดมาอีกทีก็มาถึงห้องประดิษฐ์หุ่นยนต์คู่แรก(จำชื่อไม่ได้) ความจริงน่าจะมีถามหน่อยว่านี่เธอเป็นใคร เล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อันนี้พระเจ้าพูดว่า อ้อเหรอ อารยธรรมอีกสามหมื่นปีข้างหน้ามันเป็นงั้นเองเหรอ ...แสดงว่าเล่ากันเร็วมาก? แต่ก็เข้าใจว่าตัวมูฟวี่อาจกำกัดเวลาเลยต้องรวบรัดบ้าง แต่ภาพรวมก็ดูรู้เรื่องนะคะฉากนี้
 
ส่วนฉากที่EPICที่สุด คงไม่พ้นฉากที่เจ้าหุ่นยนต์ซานตาครอสได้โชว์ออฟนี่แหละค่ะ ภาคก่อนไม่ีได้ดูนานแล้วก็จริง ..แต่มีที่ไหนหุ่นยนต์เต้นบัลเล่ต์น่ะ!! ฉากที่ปิปโปะเอาตัวขวางพวกโนบิตะถึงจะเป็นมุกเดิมๆแต่เป็นฉากที่ทำให้เห็นพัฒนาการของตัวละครได้ดีีที่สุดแล้วล่ะค่ะ ฉากรบ ฉากที่เกี่ยวกับเมก้าโทเปียก็อลังการมากเลยล่ะค่ะ ทั้งเสียงและภาพจนปัจจุบันก็ยังติตาเราอยู่ค่ะ(ฮา)
 
(อยากให้มีชิซึกะอยู่ด้วยแฮะ =3=)
 
ภาพ
 
มูฟวี่นี้บอกได้เลยว่ามีพัฒนาการด้านลายเส้นที่ดีมาก จากภาคก่อนๆเวลาสต็อปภาพ บางภาพก็บิดเบี้ยวซะไม่มี แต่ภาคนี้ เพื่อการศึกษาการแอนิเมทอย่างละเอียด(เรอะ) เมื่อสังเกตการขยับของตัวละครก็พบว่า มันแทบไม่เบี้ยวเลยนะ ฉากก็สวยงาม นี่ถ้ามองผ่านๆเราคงจะแอบนึกว่าฉากสิ่งก่อสร้างของพวกหุ่นยนต์นี่ืคือ3Dนะคะ(ฮา) 
เห็นถึงความทุ่มเทของทีมแอนิเมทมากๆเลยล่ะค่ะ จากที่เดาๆเอาคาดว่า1วินาทีนี่จะประมาณ20กว่าเฟรมหรือมากกว่า แต่ก็นะ...นี่มันมูฟวี่นี่นา!
 
เห็นมั้ย แทบไม่เบี้ยวเลย(อย่าดูของวิเศษสิเฟ้ย)
 
เสียง
 
ภาคนี้มีเพลงประกอบหลายเพลงมากเลยล่ะค่ะ แต่เพราะเหตุนั้น บางฉากเลยยังfade outเสียงออกไม่เนียน แต่inner song ทุกเพลงเพราะมาก เสียงคนร้องดีทุกเพลงเลยล่ะค่ะ ส่วนbacking track(soundtrack) กับsound effect ก็ดีมากๆ
ลองฟังเพลงนี้ดูค่ะ เสียงแรกไม่แน่ใจว่าใครร้อง แต่เสียงที่สองนี่ของปิปโปะค่ะ
 
 
 
ส่วนจุดเสีย มีอย่างเดียวคือการพากษ์นี่ล่ะค่ะ บางฉากจงใจพากษ์แทรกให้ขำก็จริง แต่แหม...บางทีฉากนั้นอาจไม่ต้องการให้ขำจริงๆนา อย่างฉากที่ริรุรุรายงานตัวกับแม่ทัพ ฉากนั้นให้อารมณ์ว่า เจ้าตัวกำลังลังเลใจ ฉากกำลังสร้างอารมณ์เครียดว่าจะตอบว่าไง ตอนโดนแม่ทัพเอากระบองไฟฟ้าฟาดเข้านั่นก็ยิ่งเร้าให้รู้สึกเครียดและลุ้นว่าเธอจะทำยังไง แต่ลูกน้องแม่ทัพดันแซว ...มันขัดกันมากเลยนะสำหรับเรา แต่ส่วนนี้อาจมีบางคนที่อยากดูเอาฮา ก็ไม่ว่าอะไรค่ะ เพราะเดิมทีโดเรม่อนเป็นไซไฟคอเมดี้ ไม่ใช่ไซไฟเครียดๆ =w=
 
 
พัฒนาการของตัวละครในมูฟวี่นี้
 
โดเรม่อน

นิสัยของโดเรม่อนยังคงเดิมค่ะ ยอมโนบิตะไปซะทุกเรื่อง สนับสนุนในทางที่ผิดอีก(ฮา) แต่ว่า ถ้าไม่มีโดเรม่อนสักคน(ตัว?) พวกโนบิตะคงโดนจับไปต้มกินเรียบร้อย(ฮา)
**สังเกตว่า หลังๆนี่โดเรมี่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นนะคะ ถึงแม้ภาคนี้จะโทรมาถามเรื่องของที่สั่งซื้อเฉยๆ(ฮา)
 
โนบิตะ


พระเอกตลอดกาล ถึงจะยังขี้อ้อนจะเอานู่นนี่เหมือนเดิมแต่ภาคนี้แสดงให้เห็นว่าเขาก็มีความกล้าเหมือนกัน ไม่ใช่กล้าไปชกต่อยกับไจแอนท์ แต่เป็นความกล้าที่จะจัดการกับปัญหาที่ตัวเองก่อไว้(หนักซะด้วย)(ฮา) แน่นอนถ้าโนบิตะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้บอกว่า "ไม่เอา ฉันหนีปัญหาดีกว่า ไว้ค่อยให้โดเรม่อนช่วย" ...มูฟวี่ภาคนี้ไม่จบดีแน่นอน
นอกจากนี้ ยังดูเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้น? สังเกตจากฉากที่จะไปโลกกระจกอีกครั้งแต่บอกว่า ไม่อยากให้ชิซึกะไปเสี่ยงด้วย ...ไม่รู้ว่าเพราะกีดกันหรือเพราะห่วงหรือเพราะอะไร แต่นายแมนมาก..โนบิตะ!=w=b
บทบาทของโนบิตะภาคนี้พิเศษอย่างนึงคือ ด้วยนิสัยใจดี มีเมตตา(มาก) จึงทำให้ปิปโปะสามารถกลับมาทบทวนตนเองได้ว่าสิ่งที่ตนทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ เป็นตัวละครที่มีอิทธิพลในการเข้าถึงจิตใจของผู้อื่นจริงๆค่ะ
 
ชิซึกะ

นางเอกที่ไม่ค่อยทำตัวอ่อนแอเหมือนอย่างเคย ภาคนี้ไม่มีเลย ประเภทที่ว่า"ไม่เอาแล้ว นี่มันอะไรกัน"แล้วร้องห่มร้องไห้ ถึงแม้ชิซึกะจะดูอ่อนแอ แต่ภาคนี้เธอก็พิสูจน์แล้วว่าความจริงไม่ใช่หรอก เวลาวางแผนอะไรก็โอเคไม่มีปัญหา เป็นแบ็คอัพสำหรับทุกคนในทีม ไม่หลบอุปสรรค์และพร้อมเดินหน้าด้วย สังเกตได้จากฉากที่รู้ว่าทุกคนไปโลกกระจกแล้ว ความจริงเธอจะไม่ตามไปก็ได้? แต่ตามไปเพราะอะไรล่ะ? นั่นเพราะเธอเป็นห่วงเพื่อนๆของเธอนั่นเอง(หรือห่วงเฉพาะโนบิตะ??) และด้วยนิสัยเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นนี่แหละ ทีมีอิทธิพลในการเปลี่ยนทัศนคติของริรุรุ เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่สำคัญไม่แพ้โนบิตะเลย
 
**ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ เรามีความรู้สึกว่าภาคนี้สร้างมาเพื่ออวยโนบิตะxชิซึกะรึเปล่านะ(ฮา) เพราะอีตาโนบิตะก็ห่วงเหลือเกิน ชิซึกะตอนที่พวกโดเรม่อนจะไปสู้ก็มีการฉุดมือรั้ง(นิดหน่อย)บอกให้ระวังด้วย
อาาา ...อวยมากกกกกก!! 
 
ซึเนโอะ
(ท่าโคตรหญิงเลยให้ดิ้นตาย!)
ไม่รู้จะเรียก "ซึเนโอะ" หรือ "ซึนเนโอะ" ดี เพราะนิสัยยังคงสไตล์เดิม คือตอนแรกก็โอเคฉันพร้อมสู้! พอเห็นศัตรูเข้าก็โวยวายไม่เอาฉันไม่รู้เรื่องด้วยแล้วร้องห่มร้องไห้(สวมบทนางเอกชัดๆ!) แต่เพราะคำพูดหว่านล้อมของเพื่อนๆก็ทำให้ยอมมาช่วยอีกครั้ง
กลายเป็นว่าตัวละครที่นิสัยดูเป็นหญิงสุดไม่แพ้ชิซึกะก็คือหมอนี่แหละค่ะ
อ้อ นิสัยขี้อวดก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะ(ฮา)
 
ไจแอนท์

หนุ่ม(?)ใหญ่ผู้พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อน(มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว) เห็นชอบรังแกโนบิตะงี้ แต่พอขอความช่วยเหลือก็จัดเต็มไม่เคยขาด
ภาคนี้รู้สึกว่าไจแอนท์ก็มีความเกรงใจเหมือนกัน จากตอนที่ปิปโปะร้องเพลง แกก็ชมจากใจเลยว่าเพราะจริงๆ(ใช่ มันเพราะมากTwT) แต่ก็นะแอ้นท์ ...ฟังแล้วเอาไปปรับปรุงของตัวเองก็ดีนะ(ฮา)
ไจแอนท์ยังคงสไตล์เพื่อนตายขาลุยเคียงบ่าเคียงไหล่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนค่ะ
 
ริรุรุ

สาวน้อยสายลับหุ่นยนต์จากเมก้าโทเปีย ผู้ซึ่งถูกปลูกผังด้วยอุดมการณ์การฆ่า้ล้างเผ่าพันธุ์และไร้ความปรานี แต่ถึงอย่างนี้ ลึกๆเธอก็ยังคงมีความเมตตาอยู่ อย่างน้อยก็ฉากที่ช่วยปิปโปะตอนที่อยู่เมก้าโทเปียนั่นแหละ เพียงแต่ว่า ไม่เคยมีใครสั่งสอนว่าสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร ถูกต้องมั้ย 
เปรียบเหมือนกับเด็กแรกเกิดที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด พิเศษหน่อยที่รู้แต่ว่าตัวเองต้องทำอะไร
แต่ริรุรุนี่ก็เป็นประเภทซึนเช่นกัน ปากบอกฉันจะทำลายโลกให้ได้ แต่ในใจนั้น จากการถูกมอบความเมตตาจากชิซึกะ เห็นความมีน้ำใจ มิตรภาพ ความอ่อนโยนของพวกเขา ประกอบกับคำถามที่ว่า "ฉันเป็นศัตรูของเธอนะ ช่วยฉันทำไม" ทำให้เธอสับสนว่าสรุปแล้ว การทำลายล้างเนี่ย...มันถูกต้องแล้วหรือ?
แต่สิ่งที่พิสูจน์ถึงการเปลี่ยนใจของเธอก็คือฉากที่ไปรายงานตัวกับแม่ทัพนั่นแหละ แสดงว่าความจริงเธอเปิดใจยอมรับแล้วแต่ด้วยภาระหน้าที่จึงทำไม่ได้(ตอนนั้นถึงบอกให้ชิซึกะฆ่าเธอซะ) แต่สุดท้ายก็ทำตามที่ใจคิด เป็นคนที่สามารถสู้กับใจของตนเองได้ดีอีกคนหนึ่ง
 
ริรุรุภาคก่อนสวยไม่เท่าภาคนี้ แต่ความฮาร์ทคอร์ไม่ต่างกัน(ฮา)
 
 
ปิปโปะ

เจ้าลูกเจี้ยบสุดน่ารัก หรืออีกคาแรกเตอร์หนึ่งก็คือสมองกลของหุ่นจูด(jude?)  หรือที่โนบิตะเรียกซานต้าครอสนั่นแหละ ด้วยในเมืองเมก้าโทเปียนั้น ปิปโปะเป็นแค่หุ่นแรงงาน กฎที่ไม่สามารถร้องเพลงได้ของหุ่นยนต์ชั้นแรงงานจึงทำร้ายจิตใจปิปโปะและหุ่นอื่นๆพอสมควร แต่เนื่องจากเคยได้รับความช่วยเหลือจากริรุรุ เขาจึงเลือกตอบแทนโดยการเชื่อฟังเฉพาะริรุรุเท่านั้น
แต่ให้ตายเถอะ! หุ่นโคตรจะกันดั้มแต่อยู่ที่นั่นเป็นหุ่นก่อสร้างเรอะ!!
ด้วยเหตุนี้ ปิปโปะจึงมีอุดมการณ์เดียวกับริรุรุคือเห็นมนุษย์เป็นแค่ทาส แต่ว่า ก็เพราะโนบิตะนี่แหละ ที่ค่อยๆทำให้เขาเปิดใจ และด้วยเหตุที่ตัวเองเคยโดนกดขี่มาก่อนจึงรู้ดีว่า การปลดแอกจากตำแหน่งนั้น และความเท่าเทียมนี่แหละ คือสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ล่ามนุษย์ไปเป็นทาส ปิปโปะจึงเปิดใจได้ก่อนใคร และยอมหัักหลังพวกเดียวกัน
เหตุที่หักหลังมันก็ง่ายๆ ก็ถ้าหักหลังจากพวกที่ดูถูกมาอยู่กับพวกที่ยอมรับตน ...มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ??
แต่ถึงอย่างนั้น ความคิดอ่านของปิปโปะก็ยังดูเป็นเด็กอยู่ เพราะบุคลิกออกจะเป็นประเภท ซึน(3คนแล้วนะ)(ฮา) เอาแต่ใจ และพอจนมุมก็งอแง
 
 
other
//บูชาทีมแอนิเมท

สิ่งที่เมก้าโทเปียทำอยู่ถูกแล้วหรือ??

สังคมมนุษย์ปัจจุบันแทบจะเรียกว่านี่แหละ เมก้าโทเปีย
แบ่งชนชั้นเอย จำกัดสิทธิ์เอย รุกรานผู้อื่นเอย ชิงความเป็นหนึ่งเอย
 
นี่เป็นสิ่งมนุษย์เคยทำ และกำลังกระทำอยู่ทั้งสิ้น
 
แล้วทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนจากเมก้าโทเปียอันแสนน่ากลัวให้กลายเป็นเหมืองสวรรค์แบบยูโทเปีย
คำตอบหนึ่งของ คุณ"พระเจ้า" แกบอกกับชิซึกะและริรุรุว่า "งั้นฉันจะแก้โปรแกรมส่วนที่สร้างนิสัยรักความเป็นหนึ่ง รักชัยชนะให้"
 
 
 แล้วถ้าเป็นคนล่ะ?? คนจะมานั่งแก้โปรแกรมได้ยังไง??
นี่คงเป็นสิ่งที่เรื่องนี้อยากจะบอก 
 
 
 
หุ่นยนต์กับคนเป็นเพื่อนกันได้จริงๆน่ะหรือ?
 

ได้สิ ...แต่คนนี่แหละที่คิดจะเปลี่ยนหุ่นเป็นทาส สังเกตจากเรื่องโดเรม่อน ทำไมโดเรม่อนเป็นเพื่อนโนบิตะได้
ก็เพราะโดเรม่อนถูกเลี้ยงมาแบบมนุษย์
 
มีโรงเรียนหุ่นยนต์ มีสวัสดิการเหมือนคนเปี๊ยบ นอกจากนี้คนก็ปฏิบัิติกับหุ่นยนต์เหมือนเพื่อนจริงๆ
 
ถ้างั้นแสดงว่า โดเรม่อนก็ถูกบังคับโดยมนุษย์สิ??
 
งั้นลองดูแบบที่ไม่มีมนุษย์
 
หุ่นจากเมก้าโทเปีย เลี้ยงตัวเอง(ถึงคนสร้างจะเป็นคนก็เถอะ) คิดว่าตัวเองนี่แหละเก่งสุดในสามโลก เลี้ยงตัวเองต่างจากมนุษย์ เลยหาว่าไอ้พวกนี้น่าจะจับมาเป็นข้าทาสซะให้เข็ด
 
สรุปคือ เป็นได้ แ่ต่มนุษย์จะเปิดใจยอมรับมั้ย มนุษย์จะให้สิทธิเท่ากับคนปกติรึเปล่า หรือมนุษย์บางกลุ่มอยากเอาไปเป็นเพื่อนหรือทาส??
 
 
ก็ขึ้นอยู่กับอนาคตว่าจะเป็นยังไง
 
 
 
 
สรุป : 95/100 เหตุผลดูข้างต้น
อาจจะอวย? แต่ภาคนี้ได้ใจจริงๆนะ!
 
ทิ้งท้าย... ยังไงๆแกก็น่ารักนะปิปโปะ > <
 
//เผ่น
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ภาคนี้เหมือนเคยเห็นในมังงะมาก่อน ( รึเปล่า จำไม่ได้แล้ว ; w ; )
โดเรมอนนี่รูนไม่ได้ดูมาตั้งกะภาคโรงก่อนแล้ว แง...

ว่าแต่ทำไมคนดูน้อยจังเลยคะนั่น sad smile

#1 By เป็ดรูน__'} on 2011-10-13 17:53

ภาคนี้ไม่เคยดูมาก่อนแฮะ... (ไม่แน่ใจ)

แต่มันอวย โนบิชิสุ ก็ถูกแล้วไม่ใช่รึ?? มันคู่กันอยู่แล้วนิ?? (หรือเจ้าอยากให้อวยคู่ไหน??)

สุดท้าย... เดี๋ยวไปหาแผ่นซูมดู //โดนต่อย

#2 By eFERp on 2011-10-13 18:22

แทบไม่ต้องอวยหรอกฮะ ภาคนี้ดีจริงๆ ทำเอาประทับใจไปครึ่งค่อนวัน big smile

ปล.ฉากสวยเม้กกกก นึกว่าดู Eva 2.2 อลังการสุดๆ ^o^

#3 By BakaBasu_馬鹿バス on 2011-10-13 18:58

(กราบกรานทีมอนิเมท เมพเว่อร์ๆ)

รู้สึกมันอลังการตั้งแต่เราโดนพี่ไซโคที่โรงเรียนแล้วล่ะ(ฮา)
ยิ่งพี่ไซโคผ่านเฟซบ้างเอนทรี่(นี้)บ้าง ยิ่งทำให้เรา...

"บ้าไปแล้ว"

#4 By Luu on 2011-10-13 20:25

อัง อัง อัง โอราเอ...ม่อน

ซึเนโอะดูสาวขึ้น (หะ )

ชิสึกะน่ารักกว่าเดิมอีกอะ



ไว้ออกเป็นแผ่นจะไปดู ฮาา

#5 By kopskyz on 2011-10-15 00:07

ไปดูแล้ว หนุกอยู่แหละแ่ในโรงหนังเซ็นทรัลรามอินทราเนี้ย
ตอนที่ปิ๊ปโปะกลายเป็นลูกเจี้ยบอะมันไม่เหนมีชิซูกะอยู่ด้วยเลย
angry smile sad smile cry surprised smile

#6 By รายาจิ (58.8.196.240) on 2011-10-18 15:31